ยินดีต้อนรับ,บุคคลทั่วไป, กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สถิติการใช้งานฟอรั่ม:
จำนวนตอบกระทู้ทั้งหมด: 657
จำนวนหัวข้อทั้งหมด: 94
จำนวนสมาชิกทั้งหมด: 66

ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีปรับปรุงชีวิตของตนเองให้ดีพร้อมทุกด้าน  (อ่าน 898 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

marin072

  • Jr. Member
  • **
  • ความนิยม +3/-0
  • กระทู้: 51
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์



วิธีปรับปรุงชีวิตของตนเองให้ดีพร้อมทุกด้าน

            ทุกวันก่อนนอนเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่เหมาะสำหรับการมานั่งทบทวนชีวิตของตนเองที่ได้ดำเนินมาตลอดวันว่าเรายัง มีอะไรที่ยังต้องแก้ไขปรับปรุงตนเองได้อีกบ้าง เพื่อพัฒนาชีวิตของตนเองทุกด้านให้ก้าวหน้าไปพร้อมๆ กัน โดยขอเสนอวิธีคิดดังต่อไปนี้
๑. ให้ถามตัวเองว่า วันนี้ตนเองได้ทำอะไรที่เป็นที่น่าพอใจบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ต่อตนเอง หรือ ผู้อื่น หรือ การสร้างเสริมนิสัยที่ดีงามให้แก่ตนเอง ให้ทบทวนในใจเป็นข้อ ๆ เพื่อสร้างความรู้สึกพอใจยินดีปราโมทย์ในสิ่งที่ตนได้กระทำลงไป จนรู้สึกเคารพตนเองว่าเป็นบุคคลที่เกิดมาแล้วได้ทำสิ่งที่ดีๆ ฝากไว้กับโลก
ยกตัวอย่าง
      ๑. ฉันพอใจที่ได้ตื่นแต่เช้าในวันนี้ไม่ตื่นสายเหมือนวันก่อน
      ๒.ฉันพอใจที่ทำงานได้เสร็จก่อนเวลาตามนัดหมาย
      ๓.ฉันพอใจที่ระงับความขุ่นเคืองตอนคุณแม่บ่นได้
      ๔.ฉันพอใจที่ได้มีน้ำใจทักทายเพื่อนบ้านด้วยวาจาอันไพเราะฯลฯ
๒. ให้บอกกับตนเองว่า ความดีที่ทำไปมันยังไม่พอ มันต้องทำให้ดีกว่านี้ มากกว่านี้ เป็นทวีคูณ เพราะถ้าคนเราคิดว่าตัวเองดีแล้ว เก่งแล้ว นั่นแหละครับ เขาเรียกว่า " คนประมาท "
      ดังนั้นเราจึงควรสร้างความ "ไม่พอใจ" ในความดีที่มีอยู่ คือ ไม่ควรหลงตนเองว่าดีแล้ว แต่ควรมีความอ่อนน้อมถ่อมตน คิดฝึกฝนพัฒนาตนเองอยู่เสมอ นี้เป็นนิสัยประจำตัวของพระพุทธองค์ในสมัยก่อนที่จะตรัสรู้เลยทีเดียว คือ "ความไม่สันโดษในกุศลธรรม"
    ยกตัวอย่างวิธิคิด
       ๑. คุณเอนั่งสมาธิเก่งมาก แต่แกก็สอนตัวเองว่า
" ถึงจะนั่งสมาธิได้ดี แต่ฉันยังโกรธง่ายอยู่เลย ไม่ได้เรื่องหรอก คงต้องฝึกเมตตาให้มากกว่านี้ "
       ๒. คุณดวดขยันทำการงาน จนเจ้านายชมเปาะ แต่แกก็สอนตัวเองว่า
" ยังขยันไม่พอหรอกแค่นี้ มันต้องขยันทุกลมหายใจถึงจะดี"
       ๓. คุณอุ๋ยใจดีมีเมตตา จนเพื่อน ๆ ชมว่าเป็นแม่พระประจำออฟฟิส แต่คุณอุ๋ยก็เตือนตัวเองเสมอว่า
" ใจดี แต่ไม่ค่อยจะใช้สติปัญญา อย่างเนี้ยนะ โดนเขาหลอกประจำ ไม่ไหวหรอก "
๓. ให้นึกถึงสิ่งที่บกพร่องของตนเองที่ทำมาตลอดวันว่ามีอะไรบ้าง และให้สร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ไปทำอีกด้วยการ รู้จักติเตียนตนเองให้เกิดความละอายใจ เห็นผลร้ายของนิสัยไม่ดีเหล่านี้ (หิริโอตตัปปะ)
       ยกตัวอย่าง
       ๑. กินข้าวไม่ล้างจาน "แย่จริง น่าละอายมาก เอาเปรียบคนอื่นนี่เรา"
       ๒.จิ๊กเงินแม่ " โห.. เนรคุณสุด ๆ แม่รู้คงเสียใจแย่เลย "
       ๓. เปิดดูรูปโป๊บนเน็ต " โรคจิตนี่เรา ทำไมไม่หาอะไรดีๆ มีสาระดูบ้างล่ะ โตแล้วนะ"
       ๔. นินทาเพื่อน " เลวมาก.. ทำไมเราเป็นคนอย่างนี้ ถ้าคืนอื่นเขานินทาเราม้าง เราจะรู้สึกอย่างไร "
ฯลฯ
๔. ในกรณีที่เป็นความประพฤติผิดศีลธรรม ให้คุณรู้จักสร้างความรู้สึกสำนึกผิดในการกระทำที่ไม่ดีของคุณเอง ด้วยการสารภาพกับใครสักคนหนึ่งที่คุณมีความเคารพ และ ไว้ใจ
      การสารภาพสำนึกผิดนี้เองที่จะเป็นการปลดปล่อยจิตวิญญาณของคุณให้พ้นจากความชั่วร้ายต่าง ๆ ที่ครอบงำคุณมาโดยตลอด
      ในสังคมสมมุติสงฆ์ ท่านจึงให้พระภิกษุมาทำการสารภาพความผิด (ปลงอาบัติ) กับหมู่คณะ หากพระภิกษุนั้นได้กระทำความผิดต้องอาบัติข้อใดข้อหนึ่งลงไป (อาบัติเบา) คณะสงฆ์เมื่อได้รับรู้ก็จะให้อภัย และ ช่วยเป็นกำลังใจให้สำรวมระวังต่อไป นี้เป็นบรรยากาศของชุมชนที่ดีงามในอุดมคติ ที่สมาชิกทุกคนในชุมชนช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน (น่าเสียดายที่สมัยนี้ ตามวัดต่าง ๆ พระภิกษุทำพอแต่เป็นพิธีๆ จึงไม่ได้รับประโยชน์อะไร )
      กระบวนการ "สารภาพผิด" เป็นการฝึกชาวพุทธให้เป็นคนที่รู้จักสำนึกผิดในสิ่งไม่ดีที่ตนได้กระทำลงไป มีผลดีทำให้จิตใจของผู้ที่สารภาพผิดเกิดความโปร่งโล่งสบายใจ (ที่ได้สารภาพผิด ) และ ก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันภายในจิตใจของผู้ปฏิบัติไม่ให้เผลอไปทำสิ่งที่ไม่ดีในอนาคต
      อนึ่ง หากคุณเหลียวมองรอบ ๆ ตัวแล้ว ยังมองไม่เห็นมีใครที่คุณพอจะไว้วางใจให้รับฟังความผิดของได้ เราขอแนะนำให้คุณระลึกถึงพระพุทธองค์ (หากคุณเป็นชาวพุทธ ) โดยให้นึกในใจว่าคุณกำลังนั่งสารภาพผิดอยู่ต่อหน้าพระพุทธองค์ ให้คุณทำการสารภาพด้วยจิตใจที่สำนึกผิด และ สัญญากับพระพุทธองค์ว่าจะสำรวมระวังไม่เผลอพลาดพลั้งไปกระทำอีก
           ขั้นตอนนี้หากคุณทำด้วยความศรัทธาและรู้สึกสำนึกผิดจริงๆ นิสัยที่ไม่ดีต่าง ๆ ของคุณที่เคยเปรียบ เสมือนมารผจญที่คอยมารุกรานชีวิตของคุณย่ำแย่มาตลอดชีวิต ก็จะค่อยๆ หมดพิษสงลง จนหมดสิ้นไปในไม่ช้า


            เทคนิคการปรับปรุงชีวิตให้ดีงาม ทั้งในทางส่งเสริมรักษากุศลธรรม และ สกัดกั้นกำจัดบาปอกุศล ดังที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ หากคุณได้ปฏิบัติเป็นประจำ เครือข่ายชาวพุทธฯ มีความมั่นใจว่าชีวิตของคุณจะดำเนินไปด้วยความราบรื่นมากขึ้น และ ประสบแต่ความสุข ความเจริญ ได้รับความร่มเย็นในบวรพุทธศาสนาไปตลอดกาลนาน ขอให้โชคดีทุก ๆ ท่านนะคะ / สวัสดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 มีนาคม, 2010, 16:11:12 โดย admin »
บันทึกการเข้า
 


Rss
Powered by SMF 2.0 RC2 | SMF © 2006–2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF |Sitemap