การฝึกนิสัยผ่าน 5 ห้องชีวิต ตอนที่ 1

 พระธรรมเทศนาโดยพระภาวนาวิริยคุณ

 

บรรยายธรรม โดย พระภาวนาวิริยคุณ  (หลวงพ่อทัตตชีโว)

                นิสัย ดี ไม่ดีเริ่มตั้งแต่หน้าที่ของพ่อแม่  ใครจะเป็นพ่อแม่ต้องรู้ว่านิสัยที่ถูกต้องคืออะไร? ต้องแยกให้ออกว่าดี – ชั่ว ตัดสินอย่างไร? ดี – ชั่ว ต้องเพาะจนเป็นนิสัย ส่วนหนึ่งติดมาข้ามชาติ อีกส่วนมาเพาะตั้งแต่นอนแบเบาะ

แม่แพ้ท้อง – หาย?

อดีตชาติ

สวดมนต์ ตักบาตร หาย

เคยเป็นครู เข้าวัด ตักบาตร สวดมนต์ ภาวนา เชิญมาเกิด

กินเหล้า หาย แม่ขี้เมา พ่อเจ้าโทสะ กล่อมด้วยแข้ง

ขี้เมา นักเลง

              ธรรมชาติบังคับมีลูกทีละคน สัตว์มีลูกทีเป็นคอก ถ้าสอนเพียงให้เอาตัวรอดหากินได้จะต่างกับแม่สุนัข แม่หมู แม่เป็ด แม่ไก่ยังไง

ความดีแม้รู้ว่าดีถ้าไม่ได้ทำจนคุ้นพอจะทำ..เขินเลยเลิกทำแต่ความชั่วใดทำจนคุ้นแม้ไม่ได้ทำอีกชำนาญชวนกัน

 

หลักการในการเพาะนิสัยคน เพาะผ่านงานใน ๕ ห้องชีวิต

 

นิสัยขั้นต้นเกิดที่บ้าน ถ้าให้คนใช้เลี้ยงลูก  ต้องฝึกให้น่ารัก ฝึกสุดฝีมือจนไม่ใช่ลูกจ้างกลายเป็นพี่เลี้ยงน้อง และอิทธิพลต่อนิสัยลูกคือ เพื่อนบ้าน  โรงเรียน  ชุมชนหรือวัด

การศึกษาอบรมธรรมะพอรู้แล้ว คนแรกที่จะต้องนำไปปฏิบัติคือ ตัวเอง

นิสัยที่เกิดจากอาหารเป็นยังไง? แม่บดข้าวคลุกให้ลูกกิน ได้สัดได้ส่วน นิสัยไม่จู้จี้จุกจิก กินอาหารเป็นวงจะรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ กินแยกเดี่ยว ได้นิสัย ตัวใครตัวมัน

ปัดกวาดเช็ดถูดูแลบ้าน อาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม แม้แต่การดูแลสุขภาพตัวเอง ก็เป็นนิสัย คือ การฝึกรับผิดชอบ และการซักผ้าทุกวัน ซักวันเว้นวัน  ๓ วันซัก  ๗ วันซัก จะได้นิสัยรับผิดชอบต่างกัน

กรรมชั่วเบื้องต้นของมนุษย์

๑.     ความสกปรก ที่ไหนสกปรกโสโครก ที่นั้นจะต้องฆ่า ในครัว ทอดปลา ทอดไข่ ทอดเนื้อ มีน้ำมันกระเซ็นออกมาที่พื้น น้ำมัน ๑ หยด มดตัวละเอียดเล็ก ๆ มาช่วยกันกิน ขยะในครัว ๑ วัน ไม่ปัดกวาดเช็ดถูให้เรียบร้อย เป็นโต๊ะจีนให้สัตว์ตัวเล็ก ๆ แมลงหวี่ แมลงวัน แมลงสาบมา เกิดนิสัยตัวเองทำผิดแล้วโทษผู้อื่น

๒.   ไม่จัดให้เป็นระเบียบ หยิบไม่ง่าย หายไม่รู้ ดูไม่งาม เกิดความแตกแยก ยักยอก คดโกง

การยืมทำหาย พัง ไม่มีคืน เพราะไม่เป็นระเบียบ ไปยืมอีก เขาไม่ให้ยืม(ดูรายละเอียดฉบับORหน้า13 ย่อหน้า 2)

๓.    ไม่สุภาพ ทางกาย ทางวาจา โกรธง่าย หลงง่าย โครมคราม ไม่ชอบอะไรก็ขว้าง ปิดประตูหน้าต่างกระแทก ผลสุดท้ายอยู่คนเดียว อยากจะให้คนโน้น คนนี้เอาใจ พอไม่ถูกใจเอาอีกแล้ว โครมคราม  อาละวาด คนไม่อยากเข้าใกล้มีหมาแมวมาเป็นเพื่อน จากเหงาง่าย อยากได้การเอาใจ ก้าวมาสู่ไม่ทนยั่วยุ ยั่วเย้า เย้ายวน สุดท้ายพลาดด้วยการละเมิดทางเพศ (ดูรายละเอียดฉบับORหน้า14 ย่อหน้า 2)

ความงามของคนมี ๔ ชั้น  งามด้วยอาภรณ์ งามด้วยรูปร่าง  งามด้วยมารยาท  งามด้วยศีลธรรม ความอดทน

๔.     ความไม่ตรงต่อเวลา   มีแต่ข้ออ้าง ข้อแก้ตัว ไม่คิดจะแก้ไข ที่สุดก็คือโกหก โกหก ๑ ครั้ง ต้องโกหกตัวเองอย่างน้อย ๓ ครั้ง คือ ๑ เตรียมคิดเรื่องโกหกและเลือกมาเรื่องหนึ่ง ๒ โกหกตามแผน ๓ ตามจำ ถ้าเป็นเรื่องสำคัญตามจำเป็นปี เห็นไอ้หมอนั่นแต่ไกล ๆ ต้องรีบเตือนตัวเองว่า โกหกว่าอย่างนั้น ๆ กลายเป็นโกหกเขาครั้งโกหกตัวเองเป็น ๑๐  พอโกหกบ่อยเข้า วันหลังพูดจริง ๆ สงสัย จริงหรือโกหก อัลไซเมอร์ถามหา พวกที่ไม่ตรงเวลาที่สุดต้องมีโอ้อวด (ดูรายละเอียดฉบับORหน้า16-17 ย่อหน้า )

๔ ประการนี้คือ สกปรก ไม่เป็นระเบียบ ไม่สุภาพ ไม่ตรงเวลา สะสมอยู่ในตัวคนนั้นเข้าไม่ช้าก็เครียด ฟุ้งซ่านถ้าแต่งงาน พ่อบ้านไม่อยากจะกลับบ้าน แม้มีลูก ๆ ก็ไม่อยากกลับบ้าน โตหน่อยออกจากบ้านเลย

แต่ละวิชาที่สอนมีหลักประกันว่าลูกศิษย์จะไม่เอาไปใช้ในทางร้าย ๆ ยกตัวอย่าง ภาษาไทยไม่เอาไปเขียนบัตรสนเท่ห์ใส่ความชาวบ้าน วิชาเคมีมีอะไรประกันว่าไม่ทำระเบิดมาขว้างกัน ไม่มี วิชาคณิตศาสตร์ คำนวณโกง หรือคำนวณก่อสร้าง การปลูกนิสัยดี ๆ ให้ลูกศิษย์คือหลักประกัน

 

การป้องกันแก้ไขกรรมชั่วเบื้องต้น  นิสัยดี ๆ ของมนุษย์ เริ่มจากไม้กวาด ..จากผ้าขี้ริ้ว

๑.      ฝึกให้ทำความสะอาดให้เป็นตั้งแต่ปัดกวาดเช็ดถูกขัดล้างตั้งแต่เล็ก คือ ที่มาของนิสัยรับผิดชอบ นิสัยรู้จักควบคุมตัวเอง 

๒.    ระเบียบทางกาย  คำพูด ความคิด  การขาดระเบียบในการจัดเก็บสิ่งของเพาะนิสัยไร้ระเบียบในการคิดพูดทำงาน คนจัดระเบียบเป็น เดินไป ๒ ข้างทาง เห็นแต่งาน คนที่รักสะอาด จัดระเบียบเป็นเปลี่ยนขยะ ๒ ข้างทางให้เป็นเงิน ไม่เคยทำความสะอาดจัดระเบียบไม่เป็นมีแต่เรื่องเสียเงินทำงานแค่พอผ่าน ไม่คิดจะเอาดีแม้มีความรู้มากก็ฝึกลูกตัวเองไม่ได้

ฝึกให้จัดวางสิ่งของที่ทำความสะอาดแล้วให้เป็นระเบียบด้วยตนเองตั้งแต่เล็ก

๓.    ความไม่สุภาพทางกาย วาจา ต้องได้พ่อแม่ ครู ผู้ใหญ่ พระให้ความรักใคร่เอาใจใส่ ติดตามควบคุมอารมณ์สั่งสอนใกล้ชิดตั้งแต่เล็ก

๔.    การไม่ตรงต่อเวลา วิธีป้องกันแก้ไข ต้องได้ครูดีเป็นต้นแบบกระหนาบแล้วกระหนาบอีกไม่มีหยุด โดยให้ทำกิจกรรมทุกอย่างให้ตรงเวลาและเป็นเวลา

 

หลักการในการพัฒนามนุษย์ขั้น

ฝึกให้รักษาความสะอาด  เป็นระเบียบ  สุภาพ  และตรงเวลา

สะอาด – รังเกียจความสกปรก – ไม่ฆ่าสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ – มีเมตตากรุณา

ระเบียบ – รังเกียจความรกรุงรัง – หยิบง่ายหายรู้ดูงาม – ไม่โกงใครเป็นที่มาของสัมมาอาชีวะ

สุภาพ – รังเกียจความรุนแรง ความหยาบคาย – ไม่งมงายไม่เจ้าโทสะ – ไม่เหงาพึ่งตนเอง ปกครองประเทศได้

ตรงเวลา – รังเกียจการผัดวันประกันพรุ่ง – ขยัน พูดจริง ทำจริง – ซื่อสัตย์

 

คำถามเพื่อสำรวจนิสัยความเป็นครูด้วยตนเอง

๑ ครูเองมีนิสัยดี ๆ น่าภูมิใจอะไรบ้าง?  และก็ไม่ดี น่ารังเกียจอะไรบ้าง? วันนี้สำรวจตัวเอง ทั้งดีและไม่ดี อะไรบ้าง? การจะดูอย่างนี้ได้มีความจำเป็นว่าต้องทำใจให้นิ่ง ทำใจให้เป็นกลางไม่เข้าใครออกใคร ไม่เข้าข้างตัวเอง ดู.. นั่นคือต้องทำสมาธิก่อนนั่นเอง

๒ ถามตัวเองนิสัยดีและไม่ดีแต่ละอย่างของครูเอง เกิดขึ้นมาได้ยังไง? เกิดที่ไหน? เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร? มีใครเป็นต้นแบบ หรือมีส่วนร่วมสนับสนุนให้นิสัยดีและไม่ดีเหล่านี้?

นิสัยมาจาก ๕ ห้อง เพียงแต่ว่ามันห้องไหน? แล้วกิจกรรมอะไร?  ค้นให้เจอ ถ้าไม่เจอว่านิสัยไม่ดีเหล่านั้นเกิดอย่างไร?  แก้ก็ไม่ตกเพราะไม่รู้ที่มา อย่าว่าไปแก้ไขลูกศิษย์แก้ตัวเองก็แก้ไม่ได้

นิสัยดี ๆ ได้มาอย่างไง?  ถ้าหาไม่เจอก็พัฒนาไม่ขึ้น ถ้าหาเจอไม่เฉพาะพัฒนานิสัยดี ๆ นั้นให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปสำหรับตัวเองพัฒนาให้ลูกศิษย์ก็ได้เจ้าค่ะ ครูคิดจะพัฒนานิสัยแต่ละอย่างและศีลธรรมประจำใจของตัวเองยังไง? แล้วนั่นแหละ จึงก้าวเจ้าไปสู่ถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์เจ้าค่ะ แล้วก็เตือนตัวเอง

               การพัฒนานิสัยของครูครั้งนี้ มีความเจริญหรือเสื่อมของประเทศไทยเป็นเดิมพันเจ้าค่ะ จีนเคยเสียเดิมพันมาแล้ว ๕๐๐ ล้านคนเสียท่า เล่นเอาลูกหลานต้องกระเจิงออกมาเลย อินเดียก็เสียท่ามาแล้ว ไม่เท่านั้น เร็ว ๆ นี้รัสเซียพลาดไปมองดูเบาในสิ่งเหล่านี้ แตกเป็นประเทศเล็กประเทศน้อย เรื่องเดียวกัน เจ้าค่ะ.

1 Comment

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*